ประวัติสมาคม

สมาคมเวชสารสนเทศไทยมีจุดเริ่มต้นจากการเป็นชมรมข้อมูลข่าวสารทางการแพทย์และสาธารณสุขแห่งประเทศไทย มีชื่อย่อๆ ว่า ชขพ หรือ TMI ซึ่งมี กำเนิดมาตั้งแต่ปี 2534 โดยความริเริ่มของ อาจารย์แพทย์ผู้มองเห็นความสำคัญของการนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาใช้ทางการแพทย์ โดยเมื่อปี พ.ศ.2534 มีการประชุมของ Medical Consortium ขึ้น และได้มีการเสนอ ให้มีกลุ่มทำงานด้าน Medical Informatics ขึ้นมา จากความคิดของ ศ.นพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ศ.นพ.พิศิษฎ์ สัณหพิทักษ์ โดยแนะให้ตั้งเป็นชมรมขึ้นมาก่อน ในปี 2534 นั้นได้มีการจัดการประชุมทางวิชาการของกลุ่ม คนเหล่านี้ ซึ่งมีทั้งแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์และผู้สนใจอื่นๆ ขึ้นที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เข้าฟังกันจนแน่นล้นห้องประชุม และมีการนัดหมายกันว่าปีต่อไปจะจัดการประชุมเช่นนี้อีกที่ สงขลา (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์) ปี 2535 มีการจัดประชุมทางวิชาการขึ้นที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เริ่มมีการต่อตั้งชมรมฯ นี้ขึ้น มีใบสมัครออกแจกจ่ายให้สมาชิกสมัครกัน ในระยะแรก มีสมาชิกทั้งสามัญ กิติมศักดิ์ และสมาชิกแบบสถาบัน รวบรวมสมาชิก ได้ประมาณ 300 ได้มีการเสนอให้ประธานชมรมฯ คือ ศ.นพ ธาดา ยิบอินซอย และมีกรรมการทั้งหมดเพียง 9 คน วัตถุประสงค์ของชมรมฯ ที่ร่างกันมาในที่ประชุมสรุปออกมาว่า

  1. เป็นศูนย์กลางประสานงานและ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทางการแพทย์
  2. เพื่อพัฒนาการบริหาร วิชาการ และการบริหารจัดการของงานข้อมูลข่าวสารการแพทย์
  3. เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ในงานข้อมูลข่าวสารการแพทย์
  4. เพื่อเสริมสร้างขวัญ และกำลังใจในกลุ่มปฎิบัติงานข้อมูลข่าวสารทางการแพทย์
  5. เพื่อเสนอแนะการพัฒนางานข้อมูลข่าวสารทางแพทย์แก่หน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  6. ชมรมนี้ไม่ดำเนินการเพื่อเกี่ยวข้องกับการค้าและการเมือง

ในระยะแรก กรรมการส่วนใหญ่อยู่ใน กทม. จึงมีการประชุมกรรมการที่ศิริราช เพราะนพ.ปรีชา เป็น เลขานุการ จัดประชุมที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ศิริราช ประมาณเดือนละครั้ง ซึ่งประธาน ชมรมฯ ก็ขึ้นมาจากหาดใหญ่ทุกครั้งที่ประชุม ยังไม่สามารถมี Teleconference กันได้

ในปี 2536 จัดการประชุมประจำปีของชมรมฯ ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้เข้าร่วมประชุมมากขึ้นอีก ประมาณ 700 คน มีหัวข้อที่นำมาพูดกันในระยะนั้น ได้แก่เรื่อง LAN, WAN,ระบบการ refer ผู้ป่วย, หรือ CD-ROM, Librery Network Multimedia และมีการแนะนำชมรม TMI ในที่ประชุมด้วยนอกจากนี้ก็มีเรื่องที่อยู่ในความสนใจของผู้เข้าร่วมประชุม ได้แก่เรื่อง BBS (Bulletin Board Service), Thai index medicus เป็น ต้น

ในปี 2537 มีการจัดประชุมโดยมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นเจ้าภาพร่วมกับชมรม TMI จัดากรประชุมที่ Central Plaza ลาดพร้าว (กทม) ผู้เข้าประชุมมากขึ้นอีกเป็นประมาณ 1,200 คน กรรมการของชมรมฯ ยังมีจำนวนเท่าเดิมและมีการปรึกษากันว่า ควรมีผู้แทนของหน่วยงานต่างๆ ทั้งของราชการและเอกชนมาเป็นกรรมการ จะช่วยให้งานดำเนินไปด้วยดี แต่ปัญหาและอุปสรรคได้แก่การเดินทางใน กทม. ที่ติดขัดทำให้การประชุมไม่สะดวกเท่าที่ควร ในระยะต้นๆ ของการเกิดชมรมฯ มีกรรมการที่มาดำเนินการก่อตั้งจากหลายหน่วยงานทั้งทหาร, กระทรวงสาธารณสุข, มหาวิทยาลัยแพทย์ต่างๆ ซึ่งกรรมการที่ก่อตั้งเหล่านี้มี ส่วนช่วยผลักดันให้การดำเนินงานของชมรมเกิดขึ้นมาได้จนถึงปัจจุบันนี้

บรรยากาศในชมรมฯ เมื่อมีการประชุมไม่ว่าจะเป็นการประชุมกรรมการในแต่ละเดือน หรือการประชุม วิชาการประจำปีจะพบว่าเป็นกลุ่มหรือชมรมฯ ที่ไม่มีขีดเส้นของสถาบันมาเกี่ยวข้องด้วย เพราะทุกคนมีความรู้สึกว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน ไม่ได้มาจากต่างสถาบัน แม้ว่าจะมีคำตอบ Question necive อยู่ครั้งหนึ่งว่าอยากให้มี กรรมการและสมาชิกเป็นคนจากฝ่ายสาธารณสุขก็ตาม จึงมีการเพู่จำนวนกรรมการกลางเป็น 20 คน ในระยะปัจจุบันนี้ และพยายามเชิญชวนให้สมัครมาร่วมเป็นกรรมการ จากหลายๆ หน่วยงานและหลายๆ วงการ ทั้งภาคเอกชน และภาครัฐ แต่ด้วยความจำกัดเรื่องระยะทาง ทำให้กรรมการจากต่างจังหวัดซึ่งเคยมี Activity สูงมากต้องขอลาออก เพราะมาประชุมทุกครั้งไม่ไหว น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งและเราคงจะต้องหาทางแก้ปัญหาต่อไป และได้ทดลอง ใช้การประชุมทางไกลดูบ้างแล้ว น่าจะมาช่วยแก้ปัญหาได้บ้าง

การประชุมประจำปีของชมรมฯ ทำต่อไปทุกปีด้วยการจัดของเจ้าภาพร่วม ทั้งนั้นในปี 2538 และ 2539 เจ้าภาพ ร่วมจึงเป็นกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับชมรม TMI จัดที่โรงแรมรีเจ้นท์ ชะอำ สองปีซ้อน เพราะหาเจ้าภาพลำบาก และกระทรวงสาธารณสุขแสดงฝีมือการจัดได้ดีเลยต้องหนักอีกครั้ง ต้องขอขอบคุณกรรมการและบุคคลทั้ง หลายจากกระทรวงไว้ ณ ที่นี้ด้วย ใน 2 ปีดังกล่าวนั้น ประธานชมรมฯ เปลี่ยนมาเป็น ศ.นพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งยอมรับเป็นประธาฯให้เนื่องจากประธานชมรมฯ ต้องหมดวาระลงตามกฎของชมรมฯ ในระยะนี้การประชุม กรรมการมีขึ้นที่สำนักงานของมหาวิทยาลัยมหิดล เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ก็สะดวกที่จะมีประธานเข้าร่วมประชุมด้วย เพราะอาจารย์ก็มีภาระหน้าที่มาก จนเมื่อหมดวาระแล้ว จึงมีประธานใหม่เป็น นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศ มิ์

การจัดประชุมกรรมการในระยะนี้ ทำที่กระทรวงสาธารณสุขและมีเรื่องที่น่าสนใจร่วมอภิปรายกันมาก Activity ที่นำมาทำในระหว่างปีได้แก่เรื่องการประชุมเกี่ยวกับ ICD9 และ HL7 พูดกันมากเรื่องมาตรฐาน เพราะมีความรู้สึกว่าถ้าไม่มี มาตรฐานตั้งแต่เริ่มงานแล้ว จะเกิดปัญหาตามมาในภายหลังแน่ๆ จึงพยายามที่จะมองหามาตรฐานมาให้ได้ ระยะหลังๆ นี้มีกรรมการเสนอให้เข้า Teleconference โดยอาศัยอุปกรณ์ของกระทรวงที่มีอยู่ จึงได้ทำ Teleconference ระหว่าง กรุงเทพ หาดใหญ่ ขอนแก่น อยู่หลายครั้ง เนื้อหาในช่วงนี้ก็เรื่องการประชุมประจำปี 2540 ที่ต้องเลื่อนออกไป เพราะเกิด วิกฤตทางการเงินของประเทศจนในที่สุดได้มาจัดที่คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวาระครบรอบ 50 ปี คณะแพทยศาสตร์จุฬาฯ

และในเดือน เมษายน 2548 ทางชมรมข้อมูลข่าวสารทางการแพทย์และสาธารณสุขแห่งประเทศไทย (ชขพ) ได้ทำการจดทะเบียนเป็นสมาคม ในนาม “ สมาคมเวชสารสนเทศไทย  Thai  Medical Informatics Associstion (TMI) ”